• การพิพากษา  ทำให้เกิดโลกที่ไร้ซึ่งความเมตตาและความรัก   ลองจินตนาการดูถึงโลกที่ไม่มีการพิพากษา  โลกที่ไม่มีศัตรูหรือฝ่ายตรงข้าม  ไม่มีการแบ่งแยกเพศ  เชื้อชาติ  ศาสนา  จะเป็นโลกแบบไหนกันนะ


    ในความเป็นจริง  พวกเราทุกคนล้วนมีเสียงแห่งการพิพากษาก้องอยู่ในใจ  เจ้าเสียงนี้แหละที่ชักนำให้เราคิดเล็กคิดน้อย  ชอบตำหนิติเตียน  โกรธ  ด่าทอ  และพิพากษาคนอื่น  ซึ่งเป็นสิ่งที่เสียดหู และดุเดือดเผ็ดร้อน

    การพิพากษาเปรียบเสมือนอาวุธแห่งความอหังการ เป็นหน้ากากที่ซ่อนความกลัว  ความหยิ่งในศักดิ์ศรีของตัวเอง จะสร้างมันขึ้นมาภายใต้ความไร้ความสามารถของคนอื่น  ความไม่สมบูรณ์ของผู้อื่น  ทำให้เรารู้สึกว่า สมควรและเป็นธรรมแล้ว

    ถ้าเราสามารถปล่อยวางความคิดที่จะพิพากษาผู้อื่นลงได้ และสามารถใช้กระจกใสที่อยู่ลึกภายใน   ก็จะทำให้แยกแยะเรื่องต่างๆได้เป็นอย่างดี  หากเราสามารถเอาเสียงพิพากษาต่อเรื่องราว  ต่อคนอื่นๆ  ออกไปจากสมอง  แล้วหันมาวิเคราะห์เรื่องราวของชีวิตแทน  คงจะทำให้เกิดความเข้าใจ และมองเห็นมันอย่างกระจ่างมากขึ้นใช่ไหม

    พวกเราพึงเข้าใจว่า  ไม่มีสิ่งใด หรือเรื่องใด  เป็นของเราอย่างแท้จริง  การไข่วคว้าเรื่องใดหรือสิ่งใดไว้  ย่อมเป็นการกักขังจิตญาณของตน

    “การปล่อยวาง”  ถือเป็นคุณสมบัติเดิมของจิตญาณ  เป็นพื้นฐานของผู้บำเพ็ญจิต ยามที่เราเรียนรู้ที่จะไม่ยึดติดในความเห็นของตน  อีกทั้งพอใจกับสิ่งที่ตนใฝ่หา  ยามนั้น  เราจะมีพลังแห่งการให้อภัย มีน้ำจิตน้ำใจ


    This entry was posted on Tuesday, February 23rd, 2010 at 14:48 and is filed under บทความจากอาจารย์กัน, บทความดีๆ. You can follow any responses to this entry through the RSS 2.0 feed. Responses are currently closed, but you can trackback from your own site.
  • 0 Comments

    Take a look at some of the responses we've had to this article.

  • Comments are closed.

  • Post a Comment

    Let us know what you thought.

  • 4 ก.ย. 2553

    1. ชั้นประชุมธรรม 1 วัน
    จ.ชัยภูมิ
  • 11 ก.ย. 2553

    ชั้นทอฝัน
    ณ อาคารมูลนิธิวิสุทธิคุณ กทม.
  • 19 ก.ย. 2553

    ประชุมธรรม 1 วัน
    ณ อาคารมูลนิธิวิสุทธิคุณ กทม
  • สวนธารวิสุทธิ์

  • “สานฝันการศึกษาเพื่อเด็กไทย”

    มูลนิธิฯ ได้ให้การสนับสนุน และส่งเสริมการศึกษาแก่เด็กที่เรียนดีแต่ขาดทุนทรัพย์ ให้มีโอกาสศึกษาต่อจนถึงระดับที่สามารถประกอบอาชีพเลี้ยงดูตนเองได้ โครงการนี้จึงได้ก่อตั้งขึ้นเพื่อเป็นตัวแทนรับบริจาคเงินจากผู้มีจิตเมตตาอุปถัมภ์เลี้ยงดูเด็กในโครงการ
  • “สังคมสงเคราะห์”

    "คนชรา เด็กกำพร้า ฯลฯ" ล้วนแล้วแต่เป็นผู้ด้อยโอกาสในสังคม ซึ่งกำลังรอคอยความช่วยเหลือจากท่านอยู่ มูลนิธิฯ ได้ให้ความช่วยเหลือแก่ผู้ด้อยโอกาสเหล่านี้ โดยเป็นตัวแทนนำสิ่งของเครื่องใช้ที่จำเป็นจากผู้บริจาค ไปส่งมอบแก่สถานสงเคราะห์ต่างๆ
  • “ค่ายเยาวชนคุณธรรม”

    โครงการส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรม ให้แก่นักเรียน นักศึกษา เพื่อให้เยาวชนเหล่านี้ได้เพิ่มพูนคุณธรรม ควบคู่ไปกับความรู้ความสามารถ อันจะนำมาอนาคตของชาติต่อไป โครงการดังกล่าวมุ่งเน้นให้เยาวชนได้รู้จักนำหลักธรรมไปใช้ ในการดำเนินชีวิตได้อย่างถูกต้อง ไม่ตกเป็นทาสของยาเสพติดแบะอบายมุขทั้งปวง...