• กลับมาอีกครั้งแล้วนะจ๊ะ  กับป้าแว่นที่ไปที่ไหนก็ป่วนได้หมด  ไม่ต้องตกใจไปนะจ๊ะ กับชื่อที่ตั้งขึ้นมา  แค่อยากให้ขนมป้าเค้าอินเทนด์กับเค้าบ้างก็เท่านั้นเอง  ชื่อเนี่ยก็มีที่มาจากการแบ่งแยกของเจ้าสองสีน่ะแหละ  แต่อย่าเพิ่งคิดลึกไปนะ  สีที่ว่าเนี่ย คือสีขาวกับสีเขียวจ้า  มาลองดูวิธีทำกันเลยดีกว่า

    ส่วนประกอบ

    1. กะทิ 1 กล่อง 250 cc.
    2. ใบเตยสด  10-12 ใบ
    3. วุ้นผง 1 ซอง
    4. น้ำตาล  2 ถ้วยตวง
    5. น้ำเปล่า  1 ลิตร
    6. เกลือ 1 ช้อนชา

    ต้องขอออกตัวก่อนนะว่า  ที่ป้าแว่นทำวันนี้อยากให้วุ้นมันแยกกันเป็นชั้นๆ ไม่อยากให้มันสามัคคีกันรวมกันเป็นเนื้อเดียวกัน  ป้าเลยผสมแยกกันระหว่าง วุ้นน้ำกะทิ และวุ้นน้ำใบเตยจ้า

    มาเริ่มกันที่น้ำใบเตยกันก่อน  โดยป้าก็ไปเด็ดใบเตยจากสวนหลังบ้านมาซัก 10-12 ใบ ล้างให้สะอาด แล้วหั่นเป็นท่อนเล็กๆ เสร็จแล้วใส่ลงในเครื่องปั่น  เน้นว่าควรจะเป็นเครื่องปั่นน้ำ  แล้วใส่น้ำลงไปพอประมาณ ราวๆ 500 cc ให้พอท่วมใบเตย  เสร็จแล้วปั่นให้ได้น้ำใบเตย

    เสร็จแล้วปั่นให้ได้น้ำใบเตย


    อันนี้ที่ปั่นเสร็จแล้ว

    เทน้ำใบเตยลงผ้าขาวบางเพื่อกรองเอากากและใบที่ไม่ต้องการออก คราวนี้เราก็ได้น้ำใบเตยสดๆ ที่ปลอดสารพิษแล้วล่ะ

    เมื่อได้น้ำใบเตยแล้ว ก็นำน้ำใบเตยใส่หม้อ แต่ยังไม่ต้องตั้งไฟนะคับ เสร็จแล้วก็ใส่น้ำตาลประมาณ 1 ถ้วยตวง และผงวุ้นประมาณ 1-2 ช้อนโต๊ะ ผสมคนให้เข้ากับน้ำใบเตย  เสร็จแล้วพักไว้

    ต่อมา ก็หันมาทำวุ้นน้ำกะทิ  โดยเทน้ำกะทิกล่องลงหม้อ  เติมน้ำเข้าไปอีก 250 cc  เติมเกลือ 1 ช้อนชา  น้ำตาล ประมาณ 1-2 ช้อนโต๊ะ โดยให้มีรสเค็มนำ  หลังจากนั้นใส่ผงวุ้น อีก 1-2 ช้อนโต๊ะ  คนให้เข้ากัน

    เสร็จแล้วนำน้ำใบเตย และน้ำกะทิ ที่ใส่ส่วนผสมเสร็จแล้วไปตั้งไฟ  โดยใช้ไฟกลาง และหมั่นคนอยากให้ไหม้หรือติดก้นหม้อ  เมื่อทั้งสองหม้อเดือด  เน้นนะคับว่าน้ำต้องเดือด เอาแบบปุดๆเลยนะจ๊ะ

    สร็จแล้ว ก็ค่อยตักลงถาด

    ขณะตัก ให้ตักลงถาดทีละสี  ของป้าวันนี้เริ่มที่วุ้นใบเตยก่อน  ตักลงถาดให้มีความสูงซัก 0.5 – 0.7 มิลลิเมตร  แล้วพักไว้ หรือเอาเข้าตู้เย็นเพื่อให้วุ้นแข็งตัว  ไม่ต้องรอให้วุ้นแข็งตัวทั้งหมด  รอแค่พอให้ด้านหน้าวุ้นแข็ง ซึ่งอาจจะทดสอบโดยการ เอานิ้วจิ้มหน้าวุ้นดู  ถ้าวุ้นไม่ติดมือก็แสดงว่าใช้ได้

    และเทคนิคหนึ่งที่ป้าได้มาจากรุ่นเจ้าคุณย่าทวดคือ  เพื่อให้ชั้นวุ้นเกาะกันดี ไม่ให้เลื่อนหลุดเวลารับประทานนั้น  ต้องเทวุ้นชั้นต่อไป ในขณะที่วุ้นชั้นก่อนหน้ายังไม่แข็งตัวเต็มที่  ป้าเลยให้ใช้นิ้วลองจิ้มดูนี่แหละ

    เมื่อหน้าวุ้นแข็งไม่ติดนิ้วแล้ว ค่อยๆตักวุ้นน้ำกะทิลงไป โดยอาศัยการรินจากทัพพีให้ไหลลงที่ด้านข้างของถาด  ทำให้วุ้นไม่รวมตัวกันเพราะถ้าเทโดยตรง วุ้นน้ำกะทิจะทำให้หน้าวุ้นที่พอเย็นแต่ยังไม่แข็งตัวนั้น แตกได้ แล้วทำให้วุ้นน้ำกะทิกับวุ้นชั้นล่างที่ยังไม่แข็งตัวดี เข้ามารวมตัวกัน  ก็เกิดความสมานฉันขึ้น  ซึ่งป้าอยากให้มันวิวาทกันมากกว่า  คริ คริ

    ครัวเริ่มป่วนแล้ว  ที่เห็นนี้ป้าเอาถาดอีกใบที่ใหญ่กว่ามาใส่น้ำเย็นหล่อไว้ด้านล่าง  วุ้นจะได้เย็นเร็วขึ้น

    ทำแบบนี้ไปเรื่อยๆจนได้จำนวนชั้นตามที่ต้องการ

    เสร็จแล้วรอให้วุ้นในถาดเย็นสนิท คือแข็งตัวทั้งถาด  โดยอาจจะนำไปเข้าตู้เย็นเพื่อให้แข็งตัวเร็วขึ้น  ให้ทันแขกที่จะมาเยี่ยม

    เมื่อวุ้นในถาดแข็งตัวดีแล้ว ก็ตัดแบ่งเป็นชิ้นๆ  และเสิรฟ์ให้แขกรับประทานเป็นของว่างได้เลย


    เป็นยังไงบ้างจ๊ะ  วุ้นทวิวาท ระหว่าง กะทิกับใบเตย ของป้าแว่นเนี่ย คงเป็นที่ถูกปากของใครบ้างล่ะนะ  อ้าว แย่ล่ะ  วุ้นที่ป้าทำมันไปถูก(เอาเข้า) ปากหลายคนที่บ้านแล้วตอนนี้  ป้าต้องไปเอามาซักชิ้นเพื่อให้ถูก(เอาเข้า)ปากป้าบ้างละ  แล้วเจอกันใหม่ในเมนูหน้านะจ๊ะ


    This entry was posted on Wednesday, March 24th, 2010 at 14:10 and is filed under How to Cooking?. You can follow any responses to this entry through the RSS 2.0 feed. You can leave a response, or trackback from your own site.

    บทความที่เกี่ยวข้อง :

    1. วิตามินธรรมชาติ ลดเจ็บคอ ไม่ต้องพึ่งยาปฏิชีวนะ
    2. ป้าแว่นป่วนครัว ตอน “ยำกร๊วบ”
  • 0 Comments

    Take a look at some of the responses we've had to this article.

  • Post a Comment

    Let us know what you thought.

  • Name:

    Email (required):

    Website:

    Message:

  • 4 ก.ย. 2553

    1. ชั้นประชุมธรรม 1 วัน
    จ.ชัยภูมิ
  • 11 ก.ย. 2553

    ชั้นทอฝัน
    ณ อาคารมูลนิธิวิสุทธิคุณ กทม.
  • 19 ก.ย. 2553

    ประชุมธรรม 1 วัน
    ณ อาคารมูลนิธิวิสุทธิคุณ กทม
  • สวนธารวิสุทธิ์

  • “สานฝันการศึกษาเพื่อเด็กไทย”

    มูลนิธิฯ ได้ให้การสนับสนุน และส่งเสริมการศึกษาแก่เด็กที่เรียนดีแต่ขาดทุนทรัพย์ ให้มีโอกาสศึกษาต่อจนถึงระดับที่สามารถประกอบอาชีพเลี้ยงดูตนเองได้ โครงการนี้จึงได้ก่อตั้งขึ้นเพื่อเป็นตัวแทนรับบริจาคเงินจากผู้มีจิตเมตตาอุปถัมภ์เลี้ยงดูเด็กในโครงการ
  • “สังคมสงเคราะห์”

    "คนชรา เด็กกำพร้า ฯลฯ" ล้วนแล้วแต่เป็นผู้ด้อยโอกาสในสังคม ซึ่งกำลังรอคอยความช่วยเหลือจากท่านอยู่ มูลนิธิฯ ได้ให้ความช่วยเหลือแก่ผู้ด้อยโอกาสเหล่านี้ โดยเป็นตัวแทนนำสิ่งของเครื่องใช้ที่จำเป็นจากผู้บริจาค ไปส่งมอบแก่สถานสงเคราะห์ต่างๆ
  • “ค่ายเยาวชนคุณธรรม”

    โครงการส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรม ให้แก่นักเรียน นักศึกษา เพื่อให้เยาวชนเหล่านี้ได้เพิ่มพูนคุณธรรม ควบคู่ไปกับความรู้ความสามารถ อันจะนำมาอนาคตของชาติต่อไป โครงการดังกล่าวมุ่งเน้นให้เยาวชนได้รู้จักนำหลักธรรมไปใช้ ในการดำเนินชีวิตได้อย่างถูกต้อง ไม่ตกเป็นทาสของยาเสพติดแบะอบายมุขทั้งปวง...